ธนาคารความดีเชียงราย

ความเป็นมา

                                             

           ผู้สูงอายุ ศูนย์ 3 วัย ใฝ่คุณธรรม อผส. และคณะกรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกันฟื้นฟู คุณธรรม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความมั่นคงในชีวิตของชาวบ้าน ตามแนววิถีพุทธ และแนวเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคน ในชุมชนให้ดำเนินชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ก่อนที่เขาจะออกไปเผชิญกับโลกภายนอกชุมชุม ด้วยการเรียนรู้ การปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในการสร้างสุขภาพทางจิตใจ คุณธรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชน ด้วยกระบวนการ และกิจกรรมของธนาคารความดีที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน ไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง มีคุณธรรม มีปัญญา มีความพอเพียง เป็นชุมชนเข้มแข็ง มีความอยู่เย็นเป็นสุข เป็นธรรม และยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ 

  1. ส่งเสริมการทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคล ที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
  2. ส่งเสริมการทำความดี สร้างเสริมพลังครอบครัวร่วมกันทำความดี และการสนับสนุนการกิจกรรมดีดีในหมู่บ้าน
  3. ขอคืนพื้นที่ดีดี และสิ่งดีดี ให้มีมากขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล

กลุ่มเป้าหมาย  

            คน 3 วัยเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และพ่อบ้าน – แม่บ้าน

วิธีดำเนินการ 

  1. ประกาศ ประชาสัมพันธ์ รับสมัครเข้าร่วมโครงการ
  2. อบรมสร้างความเข้าใจในการทำความดี การบันทึกความดี การฝากความดี การสะสมความดี และการแบ่งปันผลความดี
  3. จัดกิจกรรมส่งเสริมการทำความดี โดยผู้สูงอายุและเด็กเยาวชน ร่วมกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น ทุกเดือน
  4. การบันทึกความดี จะมีผู้รับรองความดี โดยเจ้าอาวาส ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ทรงคุณวุฒิทางคุณธรรมในหมู่บ้าน และมีผู้ยืนยันการทำความดี โดยประธานกลุ่มเครือข่ายต่างๆ
  5. เด็ก และเยาวชน ของหมู่บ้าน ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารความดี เปิดรับบริการฝากความดี  เดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันเสาร์แรก และ เสาร์ที่ 3 ของเดือน เวลา 09.00-12.00 น.

 ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

เมื่อทำความดีแล้ว  ต่อไปนี้ไม่ต้องน้อยใจว่าไม่มีใครเห็น  เพราะเดี๋ยวนี้นำความดีไปฝากธนาคารได้  ยิ่งฝากมาก  ดอกเบี้ยยิ่งงดงาม ธนาคารความดี กำเนิดแห่งแรกในโลกที่บ้านเหมืองหลวง หมู่ที่ 9 ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

เปิด รับฝากความดีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2553 นับตั้งแต่เปิด มีผู้สมัครเข้าโครงการจำนวน 442 คน มีคนฝากความดีกับธนาคารแล้วถึง 343 คน คนเหล่านี้มีทั้งเด็ก วัยกลางคน และคนเฒ่าคนแก่

ในกลุ่มผู้ฝาก “วัยกลางคนมีน้อยสุด เพราะคนวัยนี้ต้องไปทำงานไร่ งานนา ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน หรือไม่ก็ออกไปทำงานในถิ่นต่าง ๆ ทำให้เมื่อมีกิจกรรมสาธารณกุศล ไม่ค่อยได้เข้ามาร่วม” ผู้ใหญ่วาสบอก

นายวาส  ยศวิทยากุล  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  9  ตำบลป่าหุ่ง นอกจากเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว   ยังมีฐานะเป็นผู้จัดการธนาคารความดีอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ความดีที่ฝากธนาคารได้นั้น ผู้จัดการธนาคารแยกเอาไว้ 5 หมวดคือ 01 มีส่วนร่วมในงานสาธารณกุศลต่าง ๆ เช่น งานพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาวัด เป็นต้น 02 การเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นแรงกายและแรงทรัพย์เพื่อส่วนรวม 03 การปฏิบัติธรรม เมื่อเข้าร่วมทำบุญในเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเข้าพรรษา ออกพรรษา มาฆบูชา วิสาขบูชา 04 การเสริมสุขภาพ เป็นต้นว่า รับประทานอาหารปลอดสารพิษ ออกกำลังกาย

ทั้ง 4 หมวด พนักงานธนาคารความดี จะแปรความดีเป็นคะแนนให้กิจกรรมละ 5 คะแนน หมวดที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ 05 ละเว้น การดื่มสุรา  สูบบุหรี่  และยาเสพติดทุกชนิด  ความดีหมวดนี้พนักงานธนาคารบันทึกให้ 10 คะแนน สาเหตุที่ให้ไว้สูงกว่าหมวดอื่น ๆ เพราะว่า ต้องการหยุดยั้งยาเสพติด เพราะสร้างความเสียหายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเสียสุขภาพ เสียเวลาทำงาน เสียทรัพย์ และถ้าหนักมากๆก็อาจจะต้องเสียชีวิต

ความดีแต่ละครั้ง ก่อนที่จะนำมาฝากจะต้องมีคนรับรองก่อน คนรับรองไม่ต้องหาใครที่ไหน เจ้าของงานที่เข้าไปช่วยนั่นเอง ถ้าเป็นงานวัดก็ให้เจ้าอาวาสรับรองแล้วให้คนที่เข้าร่วมงานช่วยยืนยัน ผู้ใหญ่ บอกว่า งานสาธารณะส่วนใหญ่เป็นงานพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาวัด อย่างการถางหญ้า คนที่เข้ามามีส่วนร่วม เจ้าอาวาสก็จะรู้ว่ามีใครมาบ้าง มากันกี่คน เมื่อทำงานเสร็จเจ้าอาวาสก็เป็นผู้ยืนยัน และมรรคนายกก็จะเป็นผู้รับรอง เป็นต้น

ธนาคารความดีอยู่ที่ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านเหมืองหลวง  เปิดรับฝากความดีทุกวันเสาร์แรกของเดือน   เมื่อเดินมาถึง   เจ้าหน้าที่จะมี 

“ใบฝากธนาคารความดี บ้านเหมืองหลวง” ให้กรอกข้อความ

รายละเอียดมีวัน เดือน ปี คล้ายๆในการฝากเงินกับธนาคารทั่วไป

เพียง แต่ไม่ต้องกรอกตัวเลข แต่กรอกความดีที่ทำเข้าไปแทน หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบ ก่อนบันทึกรหัสความดี และคะแนนความดีที่ทำเข้าไปในรายการ

เมื่อฝากความดีได้มากแล้ว ต้องการถอนความดีออกมา เจ้าหน้าที่ธนาคารก็เตรียมดอกเบี้ยไว้ให้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นข้าวของเครื่องใช้ เป็นต้นว่า  ปากกา  สบู่  ยาสีฟัน  พัดลม  และเตารีด เป็นต้น

ใครจะได้ดอกเบี้ยเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับคะแนนของตนที่สะสมไว้  ถ้ามากก็ได้รางวัลใหญ่  ถ้าน้อยก็ได้รางวัลเล็ก  ๆ  การเบิกดอกเบี้ยความดี  มีกติกาว่า ต้องให้เหลือติดบัญชีไว้  100  คะแนน ถ้าใครไม่ต้องการเบิกก็ไม่เป็นไร  ปล่อยให้สะสมไปเรื่อยๆ

“เหมือนเราฝากเงินกับธนาคารทุกประการ” ผู้ใหญ่วาสบอก

รางวัล เหล่านี้มาจากไหน ผู้จัดการธนาคารความดีบอกว่า ได้รับการสนับสนุนมาจากพระภิกษุสงฆ์ ชาวบ้านที่มีฐานะดี องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สาเหตุที่ กำหนดดอกเบี้ยเป็นของใช้ในครัวเรือน ผู้จัดการธนาคารความดีบอกว่า เพื่อนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ สิ่งของต่างๆที่พระภิกษุนำมาให้ธนาคารมักเป็นของใช้ “มีคนให้เงินมาเหมือนกัน เราก็นำเงินนั้นไปซื้อของมาเพื่อให้เป็นดอกเบี้ย” ผู้จัดการธนาคารบอก

หลังเปิดธนาคารมา นอกจากชาวบ้านในหมู่เดียวกันให้ความสำคัญแล้ว หมู่บ้านอื่นๆในตำบลป่าหุ่งก็เห็นความสำคัญด้วย ทั้งส่งคนเข้ามาดูงาน และเชิญให้ไปช่วยเป็นวิทยากรช่วยแนะนำ

วิธีการให้ความรู้กับหมู่บ้า นอื่นๆ “เราให้เขามาดูงานที่ธนาคารของเรา  ให้เขามามีส่วนร่วมในการทำงานด้วยเพื่อศึกษาดูงานไป  เมื่อเขามาขอให้เราไปช่วยแนะนำ เราก็จะไปช่วย” ผู้จัดการธนาคารบอก

ธนาคาร ความดีเสมือนเป็นผลเติบโตมาจาก “ศูนย์ 3 วัยใฝ่คุณธรรม” ศูนย์ของชาวบ้านเหมืองหลวงนี้ เปิดมาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2550 มีกรรมการเป็นคน 3 วัยคือ ผู้สูงอายุ เยาวชน และแม่บ้าน อสม.

กิจกรรม ของศูนย์เน้นไปที่การเอาหลักธรรมของพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน การปฏิบัติตนตามประเพณีอันดีงาม การส่งเสริมภูมิปัญญาพื้นบ้าน อย่างสีข้าว ตำข้าวกินเอง และการใช้ชีวิตแบบพอเพียง

หนานพูลสวัสดิ์ ยศมูล อายุ 69 ปี บอกว่า เราทำศูนย์ 3 วัยมาก่อน เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ รู้จักการทำงาน ช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้จักช่วยเหลือการงานในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดบ้าน  เป็นต้น

กิจกรรมหนึ่งของศูนย์ 3 วัยใฝ่คุณธรรมคือ เมื่อเด็กๆเข้ามาทำบุญที่วัดแล้ว หนานจันทร์แก้ว อุปเสน วัย 77 ปี จะพามาเดินรอบ ๆ สวนคุณธรรมในวัด ภายในสวนนั้นจะมีรูปปั้นปริศนาธรรม ให้เด็กได้เรียนรู้ เข้าใจหลักธรรมของบรมศาสดา เป็นต้นว่ารูปคนแก่ คนเจ็บ คนตาย อันแสดงให้เห็นความเป็นจริงของชีวิตที่เราทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  จึงมิควรใช้ชีวิตอย่างประมาท และยังมีรูปปั้นฤษี ซึ่งหมายถึงนักบวช ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด สว่าง และสงบ  นอกจาก นั้น ในสวนคุณธรรมยังมีรูปปั้นหมาเห่าช้าง คนสีสะล้อให้ควายฟัง และสัตว์ตามราศีต่างๆพร้อมคำทำนายให้เด็กๆได้รู้ลักษณะนิสัยตามราศีของตน เพื่อเป็นการดึงความสนใจอีกด้วย

สวนคุณธรรม มีสระน้ำสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง รอบๆเต็มไปด้วยรูปปั้นต่างๆเพื่อให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ได้มาดูปริศนาธรรม และเดินจงกรมรอบๆ ทุกวันพระประมาณ 19.00 น. หนานจันทร์แก้วจะพาเดินจงกรมไปรอบๆ สระ

คำภาวนาระหว่างเดิน “ก้าวที่หนึ่ง อนิจจัง ก้าวที่สองทุกขัง ก้าวที่สามอนัตตา”

หนานจันทร์แก้วบอก

ด้วยรากฐานจากศูนย์ 3 วัยใฝ่คุณธรรมนี้เอง คณะกรรมการหมู่บ้านจึงพัฒนามาเป็น ธนาคารความดี ซึ่งน่าจะเป็นธนาคารแห่งแรกของโลก

เป้า หมายของ ธนาคารความดี ผู้จัดการธนาคารบอกว่า “เราพยายามดึงคนเข้ามาทำความดี ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยหนุ่มสาว คนทำงาน และผู้ใหญ่ เพื่อความสามัคคีในชุมชน หลังจากเปิดธนาคารมาก็สังเกตเห็นว่า บ้านเราเกิดความสามัคคีกันมากกว่าเมื่อก่อน”

ใช่หรือไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากใจไปสู่พฤติกรรม เมื่อพฤติกรรมของคนในสังคมดี บ้านเมืองย่อมไม่วุ่นวาย

ธนาคารความดี เสมือนแสงแห่งความหวังหนึ่ง ที่สาดฉายจากบ้านเหมืองหลวง.

Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized | 28 ความเห็น